ต้องขอให้กำลังใจกับท่านผู้ประกอบการร้านอาหาร ที่ถูกน้ำท่วมทุกท่าน ในวันนี้เรามีบทความดีๆ เกี่ยวกับเรื่องความปลอดภัยในอาหาร สำหรับร้านอาหารหลังน้ำท่วมกันนะครับ คงเป็นประโยชน์แก่ร้านอาหารทุกๆ ร้าน และขอให้ทุกร้านฟื้นคืนสู่สภาพปกติ และมีลูกค้าเยอะๆ ในช่วงปลายปีนี้นะครับ
หลังจากการต่อสู้กับน้ำ เพื่อไม่ให้ท่วมมาอย่างยาวนาน (อาจเรียกว่า อย่างดันทุรัง) แล้วแพ้ น้ำท่วมเข้าท่วมสถานประกอบการ สิ่งที่สำคัญสำหรับสถานประกอบการร้านอาหาร ร้านค้าปลีก คือท่านต้องทำอะไรบ้าง ก่อนทำเปิดสถานประกอบการเพื่อผลิตหรือจำหน่ายอาหารตามปกติ ซึ่งท่านมักต้องฟื้นฟุสถานประกอบการที่รวดเร็วกว่าโรงงาน เพราะลูกค้าไม่เคยรอใคร
น้ำที่เข้าท่วมร้านอาหารของท่าน มักเป็นน้ำสกปรก(ยกเว้นว่าร้านท่านติดแม่น้ำเจ้าพระยาตอนเหนือๆ) ที่ซึ่งไม่อาจคาดได้ว่าน้ำที่มาท่วมนั้นมาจากแหล่งใด หรือปนเปื้อนอะไรมาบ้าง ปนเปื้อนมากน้อยเพียงใด ซึ่งการปนเปื้อนนั้นเป็นไปได้ ตั้งแต่ น้ำเน่า น้ำในท่อ สารเคมีจากโรงงาน มูลสัตว์ ขยะมูลฝอย จนถึงยาฆ่าแมลงหรือสารเคมีอันตราย ด้วยเหตุผลนี้ ร้านอาหารที่ถูกน้ำท่วม จึงต้องเน้นในเรื่องการทำความสะอาดและฆ่าเชื้อก่อนเปิดกิจการตามปกติ ท่านสามารถ Download เอกสารเรื่องการฆ่าเชื้อโรคด้วยคลอรีนได้ที่นี
เพื่่อให้สามารถประกอบธุรกรรมได้ตามปกติ งานหนักๆๆๆ และหลักๆ คือการทำ Big Cleaning และ การฆ่าเชื้อ ท่านต้องไม่ลืมว่า พนักงานที่เข้าสถานที่ ต้องสวมอุปกรณ์ป้องกันที่เหมาะสมไม่ว่าแว่นตา เสื้อคลุม ถุงมือ รองเท้าบู๊ต ทีจำเป็น เพื่อวัตถุประสงค์ด้านความปลอดภัยในการทำงาน โดยเฉพาะกรณีลื่นหกล้ม พนักงานก่อนเข้าทำการกู้สภาพร้านอาหาร ร้านค้าปลีก ต้องไม่ลืมทำการล้างและฆ่าเชื้่อที่มือตามขั้นตอนปกติ
สำคัญสุดๆ ท่านต้องมั่นใจว่าความปลอดภ้ยทางไฟฟ้า ได้รับการตรวจสอบโดยวิศวกร ก่อนที่จะให้พนักงานเข้าทำความสะอาดในพื้นที่ หรือสัมผัสกับอุปกรณ์ใดๆ โดยเฉพาะหากท่านมีการใช้เตาแก็สและมีการปิดร้านอย่างฉุกเฉิน ท่านต้องให้เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยทำการตรวจสอบก่อนเข้าสถานประกอบการ
การทำความสะอาด
- เพื่อป้องกันหรือลดการเติบโตของเชื้อรา ให้เข้าทำการกู้สภาพร้านอาหาร ภายใน 24-28 ชั่วโมงหลังจากน้ำลด
- ให้นำวัสดุที่เปียก ที่ซึ่งไม่สามารถล้างทำความสะอาดได้ออกทิ้งโดยทันที รวมทั้งน้้ำที่ตกค้างอยู่ ต้องซับและทำให้แห้งอย่างเร็ว
- ตู้หรือเคาน์เตอร์ built-in ให้ตรวจสอบโครงสร้างด้านในว่าสภาพยังดีอยู่หรือไม่ เนื่องจากมักมีซอกมุมที่มองไม่เห็นจากภายนอก ให้ใช้ไขควงหรืออุปกรณ์ทำการเคาะเพื่อฟังเสียงหรือให้น้ำหยด ตามฐานของตู้ว่ามีน้ำอยู่ภายในหรือไม่ และให้เปิดบานประตู่เปิดไว้ จนกว่าเฟอร์นิเจอร์นั้นจะแห้ง
- เฟอร์นิเจอร์แบบลอยตัว เช่นโต๊ะ ตู้ที่ทำจากไม้ ปาร์ติเกิลบอร์ด หรือ แผ่น เอ็มดีเอฟ ไม่เนื้ออ่อน ไม้วีเนียร์ ไม้อัด มีแนวโน้มว่าท่านต้องโยนทิ้งเป็นอย่างยิ่ง เพราะวัสดุเหล่านี้จะซับน้ำไว้ มีเชื้อรา และเสียหายมาก เฟอร็นิเจอร์ที่ทำด้วยไม่จริง ไม้เนื้อแข็ง ไม้สัก หวาย หากมีสภาพดี สามารถทำความสะอาดและตากลมให้แห้งได้ ไม่ควรตากแดดเพราะจะทำให้ไม้บิดงอ พอแห้งสนิททาด้วยน้ำยาย้อมไม้
- อาหารใดๆ ไม่ว่าอยู่ภายในหรือนอกบรรจุภัณฑ์ที่สัมผัสกับน้ำท่วม ให้ทำการทำลายทิ้ง
- พื้น, ผนัง, วัสดุตกแต่ง, พรม, และอุปกรณ์ที่เสียหาย ให้ทำลายทิ้ง และเปลี่ยนใหม่ ตามความจำเป็น
- แผ่นยิบซั่มเป็นวัสดุที่ง่ายต่อการเจริญเติบโตของเชื้อรา ให้เลาะทิ้งและเปลี่ยนใหม่เท่าที่จะเป็นไปได้ โดยเฉพาะส่วนที่สัมผัสกับน้ำท่วมและใกล้เคียง เลาะทิ้งให้สูงกว่าระดับน้ำอย่างน้อย 60 เซนต์
- พื้น ผนัง และพื้นผิวอุปกรณ์ จะต้องทำความสะอาดด้วยสบู่ ล้างด้วยน้ำสะอาด และทำการฆ่าเชื้อ
- พรมควรจะเอาออกทิ้ง หรือนำไปทำความสะอาดและฆ่าเชื้อ
- ใช้สารซักฟอก เพื่อทำความสะอาดพื้น, อุปกรณ์, และพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอื่น ล้างตามด้วยน้ำสะอาด และทำการฆ่าเชื้อที่พื้ะนและพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ โดยใช้สารฆ่าเชื้อที่ได้รับการอนุมัติ หรือ ใช้สารประกอบคลอรีน 500 ppm หรือตามความเข้มข้นที่แนะนำโดยผู้ผลิต
- ให้ทำการเป่าแห้งกับพื้นที่ได้รับผลกระทบ
- ทำความสะอาด และ ฆ่าเชื้อ เครื่องมืออุปกรณ์ประกอบอาหาร ในพื้นที่ได้รับผลกระทบ
- นำผ้า หรือเครื่องแบบที่โดนน้ำท่วม ไปทำการซักแยกต่างหากจากผ้าอื่น ๆ โดยใช้สารฟอกขาวและ / หรือซักรีด ฆ่าเชื้อ
- ทิ้งอุปกรณ์ทำความสะอาด เช่นผ้าม็อบและอุปกรณ์ช่วยทำความสะอาดอื่น ๆ ที่สัมผัสกับน้ำท่วม
ในอีกหนทางหนึ่ง ให้ใช้บริการทำความสะอาดจากภายนอก ที่มีความเชี่ยวชาญในการทำความสะอาดและฆ่าเชื้อถานประกอบการอาหาร
อุปกรณ์
- ทำการล้าง กระทะ, จานและเครื่องมือเครื่องใช้ในการเตรียม (รวมถึง อุปกรณ์เปิดกระป๋อง) ด้วยสบู่และน้ำร้อน และทำการฆ่าเชื้อโดยการต้ม หรือแช่สารฆ่าเชื้อตามคำแนะนำของผู้ผลิต
- ล้างเคาน์เตอร์ ล้างอุปกรณ์และทำการล้างพื้นผิวที่ไม่สัมผัสตรงกับอาหาร ด้วยสารซักฟอกและน้ำร้อน และทำให้แห้ง
- อ่างล้างจาน รวมถึงอุปกรณ์และเครื่องใช้
- ล้างด้วยน้ำสะอาด และ ฆ่าเชื้อด้วยคลอรีนที่ความเข้มข้น 50-300 ppm หรือ ฆ่าเชื้อด้วยกรรมวิธีอื่นๆที่ได้รับการอนุมัติ อื่น ๆ สำหรับทุกพื้นผิวที่สัมผัสกับอาหาร
- เครื่องล้างจาน ให้ล้างฆ่าเชื้อน้ำสุดท้ายด้วยคลอรีน 50 ppm หรือ ล้างสุดท้ายด้วยน้ำร้อน 85 – 90 °C (สำหรับเครื่องล้างจานที่ฆ่าเชื้อด้วยน้ำร้อน)
- ชุดทดสอบที่ใช้เพื่อวัดความเข้มข้นของสารเคมีฆ่าเชื้อ และเทอร์โมที่ใช้วัดอุณหภูมิ ต้องได้รับการสอบเทียบและบันทีก ในกรณีที่ตรวจวัดอุณหภูมิน้ำร้อนถึง 85 °C หรือพื้นผิวภาชนะที่ 75 °C.
- ให้ทำการล้างอ่างล้างจานด้วยน้ำเปล่า และฆ่าเชื้อ อย่างน้อยสามรอบ เพื่อล้างเส้นทางเดินน้ำและส่วนซอกมุมต่างๆ ก่อนนำเครื่องมือ อุปกรณ์มาล้างในอ่างนี้
- ตู้แช่ ตู้โชว์ และตู้เย็น ที่ใช้ในการเก็บอาหาร ต้องนำอาหารที่ปนเปื้อนออกก่อนทำความสะอาด
- ต้องล้าง ตู้แช่ ตู้โชว์ ตู้เย็น ทั่วทุกผืนผิวทั้งนอกและใน ด้วยผงซักฟอก และล้าง ควรล้างให้สะอาดทั้งภายในและภายนอกด้วยผงซักฟอก (ให้ระวังเป็นพิเศษเป็นบางพื้นที่ เช่น ไฟส่องสว่าง ท่อทางระบายน้ำ อากาศ, ซอกมุมอับ, รอยแตก ที่จับประตู และประเก็นประตู เป็นต้น.) ให้ทำการฆ่าเชื้อทุกพื้นผิว
- หากฉนวนกันความร้อน, ปะเก็นประตู, ท่อทางต่างๆของอุปกรณ์ เสียหายจากน้ำท่วมให้ทำการเปลี่ยน
- ให้ทำการเปลี่ยนไส้กรองทุกชนิด รวมถึงกรองของเครื่องทำน้ำแข็ง ตู้เครื่องดื่ม ท่อไอน้ำ ให้ทำการล้างทิ้งไว้เป็นเวลาอย่างน้อย 10 ถึง 15 นาที
- เครื่องทำน้ำแข็ง หลังจากนำน้ำที่ค้างออก ให้ทำการล้าง ฆ่าเชื้อ ให้ทดลองทำน้ำแข็ง ทิ้งอย่างน้อย 3 รอบ
- ต้องทำความสะอาดอ่างล้างมือและฆ่าเชื้อก่อนกลับมาใช้งาน
- อุปกรณ์อื่นให้ทำการตรวจสอบเพื่อให้แน่ใจว่าสามารถใช้งานได้ตามการออกแบบ
- เตา ให้ทำความสะอาด และตรวจสอบโดยละเอียดจากช่างที่มีความรู้ในด้านความปลอดภัย
ผนัง พื้นและฝา
- หากน้ำได้ท่วมถึงข้างฝายิปซั่ม ฉนวนกันความร้อน หรือ ฝ้าเพดาน ให้ทำการเลาะวัสดุทิ้ง 60 เซนติเมตรเหนือระดับน้ำท่วม
- ให้ใช้ลมเป่าแห้งที่ฝากำแพงด้านใน กรณีเป็นฝาสองชั้น หรือมีฉนวนหุ้ม เพราะโครงของผนังยังคงเปียกชื้นอยู่ ซึ่งสามารถเป็นแหล่งก่อให้เกิดเชื้อราหรือสร้างปัญหาในการตกแต่งในอนาคตได้
- ไวนิล วอลเปเปอร์ ทุกชนิดต้องเลาะทิ้ง
- ให้นำเสื่อน้ำมันหรือวัสดุปิดพื้นออก เพื่อให้สามารถทำความสะอาด และ เป่าแห้ง ที่ไม้หรือพื้นคอนกรีตด้านล่างได้
- กรณีพื้นเป็นกระเบื้อง ด้านล่างของกระเบื้องยังคงมีน้ำขังอยู่ ท่านต้องทำการเปิดพื้นให้โล่ง และทำการระบายอากาศให้หมุนเวียนเพื่อรอเวลาให้น้ำใต้กระเบื้องปูพื้นระเหยจนหมด
การควบคุมสัตว์พาหะ
• ทำการตรวจสอบและกำจัดสัตว์พาหะใด ที่อาจเข้ามาหลบอาศัย ๆ ช่วงระหว่างน้ำท่วม ซึ่งรวมถึงการกำจัดซากสัตว์พาหะที่พบ
• ให้ทำความสะอาดและทำการฆ่าเชื้อ ที่พื้นผิวสัมผัสอาหารใด ๆ ที่มีโอกาสสัมผัสกับสัตว์พาหะได้
• ให้ทำการปิดช่องทางทั้งหมดที่อาจเปิดระหว่างน้ำท่วม ที่สามารถส่งผลให้สัตว์พาหะสามารถเข้าสู่สถานที่ ทั้งนี้เนื่องจากระหว่างน้ำท่วม ช่องเปิดต่างๆอาจโดนทำลายจากน้ำท่วม
• กำจัดอาหารที่เสียหายจากน้ำท่วม ในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิทเท่านั้น และรีบนำไปกำจัดเพื่อป้องกันไม่ให้หนูและแมลงวันใช้เป็นแหล่งอาหารหรือเพาะพันธุ์
ผลิตภัณฑ์อาหารได้รับความเสียหาย
น้ำที่เข้ามาท่วมอาจปนเปื้อนด้วยความสกปรกมากมาย ไม่ว่าขยะอันตราย ขยะมูลฝอย ขยะติดเชื้อ น้ำเน่าเสีย น้ำมัน สารเคมี เชื้อโรคต่างๆ ด้วยเหตุผลนี้จะทำให้อาหารไม่ปลอดภัยต่อการนำไปบริโภค มีอาหารเครื่องดื่มน้อยชนิดมากๆที่ปลอดภัยหลังจากสัมผัสกับน้ำท่วม โดยหลักแล้วภาชนะบรรจุที่เป็นชนิดอ่อนและเป็นฝาเกลียวต้องทิ้งทั้งหมด
- ทิ้งวัสดุอาหารและบรรจุภัณฑ์ทั้งหมดที่แช่ในน้ำท่วม เว้นแต่อาหารที่บรรจุในกระป๋องปิดผนึกที่ยังไม่ได้รับความเสียหาย
- ทำลายอาหารแช่เย็นและแช่แข็ง เช่นเนื้อไก่ ไข่และนมที่แช่ในน้ำท่วม “หากสงสัยคือทิ้ง”
- ตรวจสอบอาหารประเภทกระป๋อง และหากพบร่องรอยการเสียหายใด ๆเช่น การบวม รอยรั่ว บุบ สนิมลึก และร่องรอยการเสียใดๆที่ทำให้ไม่สามารถเรียงซ้อนกระป๋องตามปกติ หรือใช้เครื่องมือเปิดกระป๋อง
- ห้ามทำการซ่อมผลิตภัณฑ์ที่บรรจุในภาชนะที่มีฝาปิด ทุกชนิด ไม่ว่าแบบเกลียว , แบบดึงเปิด, แบบบิด , crimped – CAPS และการปิดประเภทที่คล้ายกัน ที่แช่ในน้ำท่วม
- ห้ามนำอาหารที่บรรจุในภาชนะพลาสติก, กระดาษ, ถุงผ้าและภาชนะต่างๆที่คล้ายกัน ที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม
- ในกรณีที่ต้องการใช้เพื่อเตรียมอาหารในเชิงพาณิชย์ สำหรับอาหารที่บรรจุในกระป๋องหรือถุงฆ่าเชื้อ (retort pouches) ให้ทำการจดบันทึกรายละเอียด แกะฉลากที่สามารถหลุดได้ออกทิ้ง, ทำการล้างด้วยน้ำสะอาดและทำการฆ่าเชื้อ ให้ทำฉลากชั่วคราวด้วยการชี้บ่ง ชนิด รายละเอียดวันหมดอายุและผู้ผลิตการ ในกรณีนี้ยกเว้นอาหารกระป๋องที่ฉลากได้หลุดล่อนก่อนหน้า
- ให้นำอาหารที่เสียหายไปทิ้งทำลาย ในลักษณะที่ป้องกันไม่ให้มีการนำไปขายหรือแจกจ่าย สำหรับการบริโภคของมนุษย์
การรักษาอุณหภูมิอาหาร
วัตถุดิบที่เสื่อมคุณภาพได้ง่าย เช่น เนื้อสัตว์ ผักสด ต้องมีการจัดเก็บรักษาที่อุณหภูมิที่เหมาะสม ปัญหาหนึ่งของการเกิดน้ำท่วมคือมักมีไฟฟ้าดับตามมา ซึ่งทำให้ไม่สามารถรักษาอุณหภูมิได้ตามที่กำหนด
- ตรวจสอบว่า ตู้แช่ ตู้เย็น และอุปกรณ์ทำความเย็น มีความสามารถในการรักษาอุณหภูมิได้อย่างสม่ำเสมอ (≤ 5 ° C หรือ อยู่ในสถานะแช่แข็ง) ก่อนนำอาหารไปเก็บ
- ให้แน่ใจว่าอุปกรณ์ที่ให้ความร้อนสำหรับการปรุงอาหาร สามารถทำอุณหภูมิที่เหมาะสม (≥ 60 ° C) สำหรับเนื้อสัตว์ดิบ และทำความเย็นเพื่อรักษาอาหารที่ (≤ 5 ° C)
- ตรวจสอบว่าอุปกรณ์ทั้งหมดที่ใช้ในการเตรียมอาหาร (เช่น การปรุงสุก การทำให้เย็นและการอุ่น) สามารถทำงานได้ตามปกติ หรือได้รับการสอบเทียบอย่างถูกต้องก่อนที่จะนำไปใช้
- ในกรณีอาหารแช่แข็งยังอยู่ในสภาพแข็งหรือกึ่งแข็ง และภาชนะบรรจุยังอยู่ในสภาพดี ไม่มีร่องรอยเสียหายจะสามารถนำไปแช่แข็งใหม่ได้ หรือในกรณีที่อุณหภูมิที่ผิวผลิตภัณฑ์ไม่เกิน 5 ° C และภายในยังคงสภาพแข็งอยู่ สามารถนำไปแช่แข็งใหม่ได้เพื่อปรุงอาหารได้ แต่ไม่ควรนำไปขายในสภาวะแช่แข็งเนื่องจากเกิดการเสื่อมสภาพ
- อาหารกรณีแช่เย็นให้ใช้แนวทางตามตารางข้างล่างนี้ PHF = Potential Harxadous Food โดยหลักการทั่วไป คือหากอาหารที่ต้องแช่เย็น ได้มีการจัดเก็บที่อุณหภูมิสูงกว่า 8 ° C จะเก็บได้ไม่เกิน 4 ชั่วโมง ดังนั้นหากตู้เย็นท่านได้ถูกตัดไฟเป็นเวลานาน น่าจะหมายถึงต้องทิ้งอาหารทั้งหมดที่เก็บในตู้เย็นนั้น ไม่ว่าอย่างไร ได้มีเกณฑ์ในการทิ้งอาหารดังตารางข้างล่างนี้
- หลักการที่ต้องเข้าใจ คืออาหารแต่ละชนิดมีผลกระทบจากอุณหภูมิ แตกต่างกัน สภาพวัตถุดิบที่รับเข้าก็มีผลต่อเชื่อเติบโตในช่วงที่ขาดการควบคุมอุณหภูมิต่างกัน
สิ่งอำนวยความสะดวกทางกายภาพ
- หากมีถังพักน้ำที่ถูกน้ำท่วม ให้ทำการล้างและฆ่าเชื้อ และทำการทดสอบเพื่อยืนยันว่าน้ำมีความปลอดภัยตามมาตรฐานที่กำหนด หากสงสัยว่าถังพักน้ำหรือแหล่งน้ำที่ใช้อาจปนเปื้อน ให้ทำการติดต่อตัวแทนภาครัฐหรือผู้เชี่ยวชาญเพื่อขอคำแนะนำเฉพาะ
- ล้างทุกพื้นผิวภายในอาคารและสิ่งอำนวยความสะดวก (เช่นพื้น ผนังและเพดาน), โดยใช้น้ำและผงซักฟอกทำความสะอาด และสารฆ่าเชื้อ
- เชื้อรา สามารถเกิดได้ที่ ส่วนประกอบโครงสร้างของอาคาร (เช่นผนัง ข้างฝา ท่อ, ฝ้าเพดานและระบบ HVAC / ระบบระบายอากาศ) รับผลกระทบจากน้ำท่วมหรือความเสียหายอื่น ๆ ควรจะทำความสะอาดซ่อมแซมและฆ่าเชื้อเท่าที่เป็นไปได้
- ระบบระบายอากาศและ hoods ควรได้รับการทำความสะอาดอย่างทั่วถึง และต้องปราศจากเศษซากใด ๆ ระบบระบายอากาศที่เสียหายจากน้ำท่วม และไม่สามารถทำความสะอาดหรือทำให้ถูกสุขอนามัยต้องถูกนำไปกำจัดและเปลี่ยนกรองระบายอากาศ
พนักงาน
- ใส่ลดรายการอาหารให้น้อยลงหากจำนวนพนักงานที่ได้รับการอบรมมีจำกัด ให้ทำการปรับรายการอาหารเพิ่มต่อเมื่อมีพนักงานที่ได้รับการอบรมในหน้าที่งานต่างๆมีเพียงพอ
- เจลแอลกอฮอล์ให้ใช้หลังจากล้างมือ (เจลแอลกอฮอล์ที่มือ จะใช้ไม่ได้ผลกับเชื้อโรคในมือที่สกปรก ดังนั้นจึงไม่อาจใช้แทนน้ำและสบู่ล้างมือ)
- ห้ามพนักงาน จับอาหารพร้อมกินด้วยมือเปล่า แต่ควรใช้ที่หนีบ, กระดาษแบบใช้ครั้งเดียว, ถุงมือแบบใช้แล้วทิ้ง
- ข้อควรระวัง:
- พนักงานที่มีแผลเปิด ห้ามทำงานที่สัมผัสกับอาหาร พื้นผิวสัมผัสอาหาร หรือสัมผัสกับอุปกรณ์ทำความสะอาด
- ในกรณีที่ใช้ พลาสเตอร์ปิดแผลชนิดกันน้ำ ปิดที่แผลที่ติดเชื้อ หรือใส่ถุงมือ ก็อาจอนุโลมตามความเหมาะสม
- พนักงานป่วยด้วยโรคท้องร่วง อาเจียนหรือดีซ่าน ไม่อนุญาติให้ทำงานในสถานประกอบการ และไม่ให้กลับไปทำงานจนกว่า 24 ชั่วโมงหลังจากที่อาการยุติ
แหล่งที่มาของอาหารและใบเสร็จรับเงิน
- หากมีการเปลี่ยนผู้ส่งมอบรายไหม่ ต้องทำตรวจสอบว่าอาหารทั้งหมด รวมถึงวัตถุดิบสด แช่แข็ง, จนถึงอาหารพร้อมกิน อย่างเข้มงวด อย่างน้อยท่านต้องซื้อจากผู้ขายที่ได้รับใบอนุญาตและจากแหล่งอาหารที่ได้รับอนุมัติ เท่านั้น
- อาหารที่รับมา ต้องมั่นใจได้ว่า ได้มีการควบคุมอุณหภูมิระหว่างทางเป็นอย่างดี ไม่มีการเสียหาย และเชื่อถือได้
- อาหารที่ต้องควบคุมอุณหภูมิ ต้องรับมาในสภาพแช่แข็ง หรือที่อุณหภูมิต่ำกว่า 5 ° C สำหรับการจัดเก็บแช่เย็นในตู้เย็น
- ในระหว่างนี้ ผู้ส่งมอบท่านอาจส่งมอบวัตถุดิบที่ไม่ได้มาตรฐานหรือมีการปนเปื้อนจากน้ำท่วมได้ ให้ท่านพิจารณาในเรื่องความเสี่ยงนี้โดยละเอียดโดยทำการตรวจรับอย่างเข้มงวด สำหรับวัตถุดิบประเภทผักผลไม้ซึ่งอาจปนเปื้อนให้ทำการล้างมากครั้งกว่าปกติโดยพิจารณาจากความเสี่ยงที่จะปนเปื้อนกับน้ำท่วม และ ความน่าเชื่อถือของแหล่งเพาะปลูก (ใช้อัตราส่วน น้ำ 3 ลิตรต่อ วัตถุดิบ 1 กิโล ล้างอย่างน้อย 3 ครั้งและใช้น้ำที่สะอาด และหากเป็นไปได้ให้ใช้ร่วมกับน้ำยาล้างผักทุกน้ำล้าง) อื่นๆท่านต้องพิจารณาจากความเสี่ยง เช่น ผักประเภท ที่ปลูกติดพื้นเช่น ผักกาด กระหล่ำปลี เป็นพืชผักที่ควรใส่ใจอย่างเข้มงวด มากกว่ามะละกอ ผักที่มีเปลือกต้องปอกทิ้ง เช่นแครอท ย่อมปลอดภัยกว่ากระหล่ำปี ผักกาดขาว ผักที่มาจากภาคกลางที่อยู่ในพื้นที่น้ำท่วมมีความเสี่ยงมากว่าผักทางภาคเหนือเป็นต้น
ขอบคุณ ข้อมูลดีๆ จาก Intertek- Moody ครับ
Mr.N







